http://www.paktai.org
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

บทความ

 รวมรูปภาพ

ติดต่อขอใช้สถานที่จัดเลี้ยง

Events

เมนูหลัก

เกี่ยวกับสมาคม
















ประวัติสมาคม

ประวัติสมาคม

เมื่อเกือบๆ 80 ปีก่อนโน้น ชาวปักษ์ใต้เรานับว่าอยู่ห่างไกลความเจริญกับเมืองหลวง(บางกอก)มากทีเดียว การคมนาคมแสนจะลำบาก การเดินทางไปมาส่วนใหญ่มี 3 ทาง คือ ทางรถไฟ เรือสินค้าทางทะเล และจักรยานหรือเท้าเปล่า สมัยนั้นชาวปักษ์ใต้เรา ใครได้เดินทางมาเรียนหนังสือในบางกอกได้ นับว่าโชคดีที่สุด เสมือนคนไทยในปัจจุบันที่ได้เดินทางไปเรียนหนังสือที่ยุโรปหรือเมริกาโน่น  ดังนั้นพวกภาคใต้เราที่มาเรียนหนังสือหรือประกอบอาชีพอยู่ที่บางกอกนั้นมีความว้าเหว่มาก จะพบพรรคพวกเพื่อนฝูงแต่ละครั้งหาที่นัดพบกันลำบาก เพราะส่วนใหญ่อาศัยอยู่วัดกันทั้งนั้น การติดต่อนัดพบก็ลำบาก รถเมล์มีน้อย โทรศัพท์ก็ไม่มี ต้องอาศัยรถรางในการเดินทาง ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี่เอง จึงทำให้ สมาคมชาวปักษ์ใต้ เกิดขึ้นตราบทุกวันนี้ คือมีชาวภาคใต้กลุ่มหนึ่งได้นัดหมายให้พบปะกันที่ร้านกาแฟ หน้าวัดประยูรวงศ์ เชิงสะพานพุทธฯ ธนบุรี เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2475 เพื่อปรึกษาหารือกันเรื่องต่างๆ ในที่สุดสรุปว่าเราจะก่อตั้งสมาคมพวกเราขึ้นมา โดยให้ชื่อว่า สมาคมชาวปักษ์ใต้ เพื่อให้เป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้นประมาณ 85 คน เก็บเงินค่ากาแฟลงขันได้ 116 บาท จ่ายค่าอาหารเสีย 81.60 บาท เหลือเงิน 34.30 บาท เก็บไว้เพื่อเป็นการเริ่มต้นจดทะเบียนสมาคมฯ โดยตั้งบุคคลขึ้นคณะหนึ่งในการติดต่อกับทางราชการจดทะเบียนสมาคมชาวปักษ์ใต้ อันประกอบด้วย ร.ต.ถัด  รัตนพันธ์, พ.ต.หลวงอภิบาลภูวนาถ, ร.อ.หลวงวีรวัฒน์โยธิน, หลวงคเชนทรมาตย์, ขุนวรศาสตร์ดรุณกิจ, นายมงคล รัตนวิจิตร, นายกิมผ่อง โกศลสถิตย์, นายเที่ยง จินดาวัฒน์, นายห้วน ประชาบาล, นายปิ๋ว เปรมะดิษฐะ, นายพัน โกมลกุญชร, นายถัด พรหมาณพ, นายจูกี้ ถิระวัฒน์, นายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล

คณะบุคคลดังกล่าวได้ดำเนินการตามมติที่ประชุมเสร็จเรียบร้อย โดยทางราชการออกหนังสือรับรองว่า "สมาคมชาวปักษ์ใต้" จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2475 นับว่าเป็นสมาคมที่ 2 ของประเทศไทยที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีสโมสรคณะราษฎร์ จดทะเบียนเป็นสมาคมที่ 1 ของประเทศไทย การจดทะเบียนก่อตั้งสมาคมฯครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ดังนี้

1.      ส่งเสริมบำรุงรักษาความสามัคคี และอุปการะซึ่งกันและกันระหว่างชาวปักษ์ใต้

2.      อุดหนุนการศึกษาของชาวปักษ์ใต้

3.      ช่วยในการกุศลเมื่อสมาชิกถึงแก่มรณภาพ

4.      บำรุงทางอนามัย คือ การเล่นกีฬาต่างๆ

ที่จริงจะถือวันเกิดของสมาคมชาวปักษ์ใต้ มีเลือกได้ 2 วัน คือ วันที่ 3 กันยายน 2475 เป็นวันก่อตั้งครั้งแรก หรือ วันที่ 6 ตุลาคม 2475  เป็นวันที่ทางราชการออกหนังสือรับรองให้เป็นสมาคมชาวปักษ์ใต้ แต่คณะผู้ก่อตั้งครั้งนั้นให้ถือเป็นวันที่ 3 กันยายน 2475 เป็นวันเกิดสมาคมฯ และพวกเราก็ยึดถือกันมาจนทุกวันนี้

เมื่อได้หนังสือรับรองเป็นทางการแล้ว ทางคณะบุคคลผู้ก่อตั้งได้เรียกประชุมเพื่อเลือกตั้งนายกสมาคมฯ และคณะกรรมการขึ้นมาตามข้อบังคับที่ได้จดทะเบียนไว้ โดยมติส่วนใหญ่ได้เลือก พ.ต.หลวงภิบาลภูวนาถ เป็นนายกสมาคมคนแรกของสมาคมชาวปักษ์ใต้ และได้เลือกคณะกรรมการบริหารตามข้อบังคับโดยถูกต้อง สถานที่ตั้งสมาคมฯได้รับความอนุเคราะห์จากนายถัด  พรหมาณพ โดยให้ใช้สำนักงานของท่านเป็นที่ทำการสมาคมฯชั่วคราว อยู่ที่ถนนข้าวสาร อำเภอพระนคร กรุงเทพฯ ผู้เขียนเองไม่สามารถจะแจงรายละเอียดให้พวกเรารุ่นหลังได้ทราบไปมากกว่านี้ เพราะหาประวัติจากของเก่าก็ไม่มีรายละเอียดมากไปกว่านี้ ต่อมานายกสมาคมฯ และกรรมการบริหารก็เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยตามข้อบังคับ จนมาถึงกรรมการชุดหนึ่ง ผู้เขียนไม่สามารถหารายละเอียดได้ว่าผู้ใดเป็นนายกฯ เพราะจำ พ.ศ.ไม่ได้ คณะกรรมการชุดนั้นมีความเกรงใจเจ้าของสถานที่(ถนนข้าวสาร) จึงได้ย้ายไปเช่าบ้านเลขที่ 600  ถนนจักรเพชร  เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า อำเภอพระนคร  กรุงเทพฯ สถานที่ทำการดังกล่าวอยู่ได้ไม่นานนักไม่สะดวกกับการบริการสมาชิกเพราะคับแคบ จึงย้ายไปอยู่ที่ถนนดินสอ สมัยก่อนเรียกว่าตึกดิน อยู่หลังร้านอาหารแดงปัจจุบัน ถนนราชดำเนินนอก อำเภอพระนคร กรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ.2484 ร.ต.ถัด  รัตนพันธ์ (ยศสมัยนั้น) เป็นนายกสมาคมฯ ทีทำการสมาคมแห่งนี้ มีเนื้อที่เป็นร้อยๆตารางวา ตัวอาคารเป็นตึก 2 ชั้น ด้านหน้าติดถนนดินสอ มีรั้วถาวร ด้านซ้ายเป็นสนามหญ้า ด้านขวาเป็นตึก หน้าตึกเป็นสนามแบดมินตัน ด้านหลังเป็นบริเวณสำหรับเป็นที่อาศัยบ้านพักภารโรง ตึกหลังมี 2 ชั้น ชั้นล่างด้านหลังเป็นห้องโถงใหญ่ตั้งโต๊ะบิลเลียด 2 โต๊ะ ด้านหน้าเป็นห้องสมุดและห้องทำงานของคณะกรรมการสมาคมฯ ชั้นบนแบ่งเป็นหลายห้อง มีเตียงนอนสำหรับที่พักชั่วคราวของชาวปักษ์ใต้ ที่เข้ามากรุงเทพฯ หรือนักเรียนที่ขาดที่อยู่เข้าไปพักชั่วคราว

สมาคมฯตั้งอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้นานหลายปี มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการสมาคมฯหลายชุด จนกระทั่งปี พ.ศ.2496 จึงได้ย้ายไปอยู่ที่ ซอยศิริพงษ์  ตำบลเสาชิงชา แต่อยู่ได้ไม่นานก็ถูกไล่ที่ ด้วยผู้ที่ขอเช่าต่อจะนำสถานที่นั้นไปใช้เป็นกิจการโรงแรม ในปีพ.ศ.2498 สมาคมฯจึงได้ย้ายมาอยู่บ้านเลขที่ 365 ซอยพญานาค อำเภอดุสิต  จังหวัดพระนคร ซึ่งใช้เป็นที่ตั้งของสมาคมฯมาจนถึง พ.ศ.2535 สถานที่ดังกล่าวนี้เป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่แห่งใหม่นี้มีตัวอาคารเป็นเรือนไม้เก่าแก่และชำรุดทรุดโทรมมาก ไม่สามารถจะเข้าอยู่ และใช้เป็นที่ทำการของสมาคมฯได้ จำเป็นต้องซ่อมแซมอีกมาก ในการนี้ได้รับการช่วยเหลือจาก ร.ต.ท.สุริยน  ไรวา  สมาชิกคนหนึ่งของสมาคมฯ (ซึ่งต่อมาได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมฯลำดับที่ 8) โดยการส่งมอบเงินส่วนตัวให้สมาคมฯ เพื่อใช้จ่ายในการซ่อมอาคารหลังนี้กับสร้างอาคารกีฬาในร่มชั้นเดียว เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความเสียสละของท่าน สมาคมฯจึงตั้งชื่ออาคารกีฬาในร่มหลังนี้ว่า อาคารไวรา

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการสมาคมฯได้พิจารณาและตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องหาทุนสร้างอาคารถาวรหลังใหม่ขึ้นสักหลัง เพื่อเป็นที่ทำการของสมาคมฯโดยเฉพาะ  จึงต้องหาเงินสะสมเอาไว้เท่าที่จะทำได้ ด้วยเหตุนี้สมาคมฯจึงกำหนดให้มีการจัด งานทักษิณบอลล์ขึ้น โดยครั้งแรกจัดในปี พ.ศ.2502 ในสมัยที่ ร.ต.ท.สุริยน  ไวรา  เป็นนายกสมาคมฯ หลังจากนั้นได้จัดงานนี้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ในปี พ.ศ. 2508 สมัย พล.ต.จำเนียร  พงษ์ไพโรจน์ (ยศขณะนั้น) เป็นนายกสมาคมฯ ความคิดที่จะสร้างอาคารถาวรของสมาคมฯ มีความเป็นจริงมากขึ้น กล่าวคือ ได้มีการออกแบบอาคารที่จะก่อสร้าง และคณะกรรมการสมัยนั้นได้เชิญเจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ มาเป็นประธานในการวางศิลากฤษ์ ในขณะที่เตรียมการเรื่องนี้อยู่ ก็มีเหตุร้ายเกิดขึ้นในปลายปีนั้น คือ ในวันที่ 20 ธันวาคม 2508 อาคารของสมาคมฯที่มีอยู่เดิม 2 หลัง ได้ถูกไฟลุกลามมาจากอาคารข้างเคียง  ไหม้วอดวายไปเกือบหมด อย่างไรก็ตามก็ไม่ได้ทำให้คณะกรรมการหมดกำลังใจที่จะสร้างอาคารแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับทำให้ต้องเร่งสร้างอาคารหลังใหม่ขึ้นโดยเร็ว จนในที่สุดสามารถสร้างอาคารถาวรหลังนี้ได้สำเร็จ โดยสร้างเป็นตึก 3 ชั้น หลังคาทรงไทย ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 8 เดือน  ค่าก่อสร้าง 550,000 บาท เมื่อสร้างเสร็จได้ขอพระราชทานอัญเชิญสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงประกอบพิธีเปิดอาคารเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2510 ซึ่งตรงกับวันสถาปนาสมาคมฯ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2529-2536 สมัย พล.ต.อ.มนัส  ครุฑไชยันต์ เป็นนายกสมาคมฯ ได้ซื้อที่ดินฝั่งธนบุรีย่านพุทธมณฑล วางศิลากฤษ์ก่อสร้างอาคารสมาคมฯหลังใหม่เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2530 โดยมี ฯพณฯพล.อ.เปรม  ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษเป็นประธานในพิธี

ในปี พ.ศ.2535 การก่อสร้างได้แล้วเสร็จ ค่าก่อสร้างทั้งสิ้น 34 ล้านบาท บนเนื้อที่ 6 ไร่ 9 ตารางวา เป็นที่ตั้งสมาคมฯ อันสมเกียรติและสง่างาม

ในวันที่ 25 ตุลาคม 2537 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สมาคมฯอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในสมัย พล.ต.อ.ดรุณ  โสตถิพันธุ์ เป็นนายกสมาคมฯ

ประวัติเพิ่มเติมจากเว็บอื่น

view
view